Mobile From Advance

23 April 2008

ภาพยนต์โฆษณาใหม่จาก HTC

ข้อมูลจาก YouTube โดย HTC เอง ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นในทีวีบ้านเราด้วย

21 April 2008

นาฬิกาข้อมือ Windows Mobile 5


ภาพ/ข่าว: Crave Asia

นาฬิกาข้อมือพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows Mobile 5 Professional จาก Epoq ซึ่งชอบทำนาฬิกาแปลกๆมาก่อนแล้ว เช่นใช้ดูหนังได้ มาคราวนี้จับเอาจอ OLED (Organic LED) ที่มี Touch screen มาใช้ (แต่ขนาดแค่ 1.4 นิ้ว ไม่รู้เอาอะไรจิ้ม เข็มมั้ง)
Epoq EGP-WP98B ตั้งชื่อรุ่นเหมือนจงใจจะไม่ให้จำ ไม่มีโทรศัพท์ แต่มี Bluetooth และ Wireless LAN รองรับ Vo-IP ซึ่งเปลืองไฟทั้งนั้น เลยไม่แน่ใจว่าแบตเตอรีจิ๋วๆจะอยู่รอดได้นานสักแค่ไหน และใส่หน่วยความจำมาให้ถึง 1.28 GByte ทำให้ดูเหมือนกับว่าเหมาะสำหรับไว้ฟังเพลง แต่น่าหวั่นว่าจะฟังได้ไม่กี่เพลงก็สิ้นฤทธิ์
เป็นเพียงข่าว และไม่คาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จอะไร แต่ก็สื่อให้เห็นว่า ปีนี้มีความไม่แน่นนอนของอนาคต Smartphone ทำให้ Windows Mobile ต้องหาทางแจ้งเกิดกับอุปกรณ์อื่นๆด้วย โดยระบบปฏิบัติการนี้มีความสามารถเหลือเฟือสำหรับอุปกรณ์อะไรก็ได้

เครื่องรุ่นใหม่จาก HTC?


ภาพ/ข่าว: The Unwired
หลังจากที่ HTC แจ้งว่าจะมีการแถลงข่าวว่าจะมี "Something big" ในวันที่ 6 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ยังไม่ทันไรก็มีภาพบางภาพหลุดออกมาให้ตื่นเต้นเล่นก่อน จากในภาพ แถวบนสองเครื่องแรกเป็น HTC TyTN II ส่วนสองเครื่องถัดมาก็จะเป็น HTC Touch Cruise และ HTC Touch ซึ่งเรารู้จักกันอยู่แล้ว อันนี้ยังไม่เป็นข่าว
แต่สี่เครื่องแถวล่างเป็นของใหม่ โดยเครื่องที่สองเป็นรุ่นที่เคยมีข่าวมาแล้วคือ HTC P3470 แต่ว่าอีกสามเครื่อง ยังไม่เคยพบเห็นมาก่อนครับ
เครื่องซ้ายสุดกับขวาสุดน่าจะเป็นรุ่นเดียวกัน โดยเครื่องขวาสุดเก็บ Keyboard ในลักษณะปกติ เครื่องซ้ายสุดเป็นรุ่นเดียวกันที่กาง Keyboard ออกมา จากจอภาพของเครื่องซ้ายสุดแสดงว่าใช้ Windows Mobile โดยภาพบนจอเป็น Dialer ของ Windows Mobile
เครื่องที่สองนั้นเป็น Windows Mobile อยู่แล้วและเคยเป็นข่าวมาก่อน ส่วนเครื่องที่ 3 นั้นก็เป็น Windows Mobile แต่ว่าใช้ User Interface ใหม่คือ TouchFLO v2 ที่มี Code name ว่า Manila
ทั้งหมดใช้จอภาพที่ราบเรียบเสมอกับตัวเครื่อง เพื่อความสะดวกในการใช้งานกับ TouchFLO
ภาพนี้อาจจะไม่เกี่ยวอะไรกับข่าวที่จะออกมาในวันที่ 6 พฤษภาคมเลยก็ได้ เป็นแค่อะไรที่บอกว่า TouchFLO v2 กำลังใกล้เข้ามา แต่สิ่งที่ HTC จะแถลงอาจจะไม่ใช่ Windows Mobile ก็ได้ เพราะ Android ก็ดูมาแรงไม่น้อย

แค่ภาพที่ดูเหมือนจะมีคนจงใจให้หลุดออกมาพอตื่นเต้นเป็นกระแสในช่วงเวลาที่แสนเงียบ

CooTek ออก TouchPal 3.0


TouchPal จาก CooTek เป็นซอฟต์แวร์สำหรับการกรอกข้อมูลด้วยปลายนิ้วตัวหนึ่งที่ Pocket PC Thai dot Com แนะนำครับ
ด้วยปุ่มขนาดใหญ่กดได้สะดวกโดยไม่ต้องใช้ Stylus ตอนนี้ออกเวอร์ชั่นใหม่ที่สะดวกกว่าเดิม โดยยังคงลักษณะเด่นของตนเองไว้ คือปุ่มขนาดใหญ่ที่แตะแล้วขยับนิ้วไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อเลือกตัวอักษร ระหว่างที่แตะค้างไว้ตัวอักษรที่เลือกก็จะขยายขึ้นด้านบนพ้นการบังของนิ้วให้เราเห็นชัดๆก่อนด้วย หรือจะลากขึ้นก่อนจะขยับซ้ายขวาเพื่อกรอกตัวอักษรใหญ่ ลากลงเพื่อเลือกกรอกเครื่องหมาย หรือจะไม่ลากไปไหน กดไปตรงๆแล้วให้ TouchPal เดาให้ว่าจะกรอกคำว่าอะไร และเดาต่อไปอีกว่าคำถัดไปจะเป็นคำไหน เช่นพอเดาคำว่า Look ให้เราแล้ว ก็เดาคำว่า Forward ให้เราเลือกด้วย ช่วยให้กรอกข้อมูลได้เร็วอย่างสุดๆ (อันหลังนี้เป็นความสามารถของ Professional version)
ก็มีเหมือนกันที่ใช้วิธีนี้ไม่ชัวร์ เช่นการกรอก Password มาในเวอร์ชั่นใหม่นี้ก็เลยเพิ่มการกรอกข้อมูลแบบทั่วๆไปมาให้ด้วย (อันนี้เป็นความสามารถของ Professional version) และการเปลี่ยนแบบการกรอกข้อมูลก็ Trendy มาก คือใช้ลูบจอให้เลื่อนไป
ความสามารถที่เพิ่ม จะเป็นในส่วนของ Professional version เป็นส่วนใหญ่ แต่ตัว Standard version ก็ใช้งานได้ดีมาก
ฟรีแวร์เช่นเดิมในรุ่น Standard โดยหลังจากติดตั้งไปแล้วจะทำงานในแบบ Professional ให้เรา 15 วัน จากนั้นหากไม่ซื้อ ก็จะลดการทำงานลงเป็นแบบ Standard ซึ่งฟรี
สามารถ Download ได้ที่เว็บของ Cootek
ไม่มี Barcode ให้ Download เอา Cab ไปติดตั้งโดยตรงนะครับ เพราะทาง CooTek ต้องการขอรายละเอียดของผู้ใช้ด้วย จึงขอให้ไป Download ผ่านเว็บเพื่อจะได้กรอกข้อมูลให้เขาก่อน

20 April 2008

Pocket PC Thai ร่วมเป็นพิธีกร

กรุงเทพฯ: 19 เมษายน 2551
Pocket PC Thai dot Com ได้รับเกียรติจาก Synnex ประเทศไทย และ G-Softbiz ให้เป็นพิธีกรร่วมกับพิธีกรจาก GIS Data ในการบรรยายแนะนำวิธีใช้งานอุปกรณ์ Windows Mobile ของ Mio ที่บ้านไร่กาแฟ เอกมัย

18 April 2008

TouchBrowser for Pocket PC 1.0



Browser แนวใหม่ (แนว iPhone) ที่เน้นการใช้งานด้วยปลายนิ้ว ลูบจอไปมาเพื่อเลื่อนไปตามส่วนต่างๆ และยังคงเลือกแสดงผลแบบ Mobile View (คอลัมน์เดียวไม่ต้องเลื่อนซ้าย-ขวา) ได้เช่นเดิม และเก่งกว่าเดิมตรงที่ใช้นิ้วลูบจอขึ้น-ลงได้





Onscreen keyboard ขนาดใหญ่สำหรับการแตะด้วยปลายนิ้ว กับ Menu ที่จะปรากฏขึ้นเมื่อตอนเรียกใช้ จากนั้นก็จะจางหายไป เหลือแต่เว็บแบบ Full screen

ไม่ฟรี แต่ขายด้วยราคา US$14.95 หรือราวๆ เกือบห้าร้อยบาท ไม่แพงหรอกครับหากจะซื้อมาใช้กับ Pocket PC ราคาตั้งสองหมื่น สนใจซื้อได้ที่เว็บของ Makayama

หรือทดลองใช้


แต่ TouchBrowser มีคู่แข่งนะครับ คือ NetFront 3.5 Concept Version ซึ่งนอกจากจะลูบจอได้แล้ว ก็ยังซูมออกมาดูทั่วๆก่อนได้ด้วย แล้วก็มีให้ Download มาลองใช้กันก่อน (ฟรีจนถึงเดือนพฤษภาคมนี้)

ใช้ Blog แทนเว็บหลักเป็นการชั่วคราว

ช่วงนี้เว็บ Pocket PC Thai dot Com เสียหายพอสมควรครับ และคาดว่าจะทำให้เราใช้โอกาสนี้ปรับปรุงยกเครื่องกันใหม่ ระหว่างนี้ก็จะใช้บล็อกนี้เป็นการชั่วคราวไปก่อน
เว็บที่จะปรับปรุงใหม่จะเน้นไปที่ข่าวหน้าแรกมากขึ้นครับ คล้ายๆกับแหล่งข่าวของเราในต่างประเทศ และเราก็มีความร่วมมือกับแหล่งข่างจากต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของฟรีแวร์ เว็บสำหรับจอเล็ก และบริการต่อเนื่องบนเว็บ เพื่อเน้นการใช้งาน Pocket PC ของพวกเราโดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมมากนัก และไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ยกเว้นค่าบริการสื่อสารแบบ Unlimited ครับ

26 January 2008

การใช้งาน 2D Bar Code

เพื่อนๆอาจสงสัยว่าเดี๋ยวนี้ Pocket PC Thai dot Com ของเพื่อนๆมีสัญญลักษณ์อะไรแปลกๆด้วย มันคือ Bar Code แบบสองมิติครับ

เราคุ้นเคยกับ Bar Code กันดีเพราะร้านค้าสมัยนี้ใช้กันทั้งนั้น ช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาข้อมูล ไม่ต้องกรอกราคาเอาเอง หน้าที่หลักของ Bar Code เขาก็ตรงนี้แหละครับ ช่วยเรากรอกข้อมูล แล้วจะเอาข้อมูลไปทำอะไรเดี๋ยวค่อยว่ากัน 2D Bar Code ของเราก็ ไม่ต่างกันในแง่ของวัตถุประสงค์ คือเป็นวิธีช่วยกรอกข้อมูลวิธีหนึ่ง โดยอาศัยกล้องถ่ายรูปที่ติดมากับ Pocket PC นี่แหละครับเป็น Bar Code Reader

2D Bar Code ออกแบบมาให้ใช้กับเครื่องอ่านที่ไม่จำกัดว่าจะวางรูปในแนวตั้ง แนวนอน แนวเอียงหรือกลับหัวกลับหาง แล้วก็บันทึกข้อมูลได้มากกว่าด้วยพื้นที่เท่าๆกันครับ
2D Bar Code โดยหลักการก็คือการเอา Bar Code มากกว่าหนึ่งอันมาวางตั้งซ้อนๆกันนั่นแหละครับ




การใช้งาน Bar Code มีส่วนสำคัญๆคือ

  • สื่อสำหรับแสดง Bar Code เช่นสิ่งพิมพ์ จอภาพ หรือสื่อไดๆที่แสดงผลเป็นภาพ อาจจะเป็นโปสเตอร์, จอภาพยนต์ หรือผนังตึกทั้งตึกก็
    ได้
  • เครื่องอ่านและแปลภาพ Bar Code สำหรับกรณีของ Pocket PC ก็จะเป็นกล้องถ่ายรูปที่ติดมากับเครื่อง
  • หากต้องการจะเตรียม Bar Code เอง ก็ต้องมีโปรแกรมสำหรับเตรียม Bar Code ด้วยครับ

สำหรับในเว็บ Pocket PC Thai dot Com เพื่อนๆจะได้พบ 2D Bar Code (ต่อไปจะเรียกว่า Bar Code เฉยๆนะครับ) ตรงจุดที่
มีข้อมูลเช่น Link ไปเว็บสำหรับดูบน Pocket PC หรือไม่ก็ Link ไป Download โปรแกรมลง Pocket PC โดยตรง หรือข้อมูลอื่นๆที่ไม่
ยาวมากนักและอำนวยความสะดวกให้เพื่อนๆไม่ต้องกรอกเอง ส่วนใหญ่ก็จะเป็น Link ไป Download หรือไปที่หน้าเว็บครับ ดังนั้นก็จะ
เหมาะกับเพื่อนๆที่ใช้งาน Online เป็นประจำ ซึ่งก็สอดคล้องกับ Concept ของเว็บพอดี คราวนี้เพียงจับ Pocket PC ขึ้นส่องก็ไปเว็บที่
กำหนดไว้ได้เลย

ต้องเรียนอีกครั้งว่า เหมาะสำหรับเพื่อนๆที่ใช้งาน Online เป็นประจำ เช่นใช้บริการ GPRS แบบ Flat rate (Unlimited) หรือจะ Online ด้วย Wireless LAN ส่วนตัว หรือใช้ Pass Through ActiveSync ก็ได้ครับ


QR Code



Data Matrix



ShotCode



mCode

มาตรฐานของ 2D Bar Code มีเยอะเลยครับ อย่าง QR Code ซึ่งนิยมใช้กันมากในญี่ปุ่น และญี่ปุ่นก็เป็นประเทศที่ใช้ 2D Bar Code มากที่สุดในตอนนี้ด้วย หรืออีกอันหนึ่งคือ Data Matrix กับ ShotCode ซึ่งใช้ในยุโรป และยังมีมาตรฐานแบบอื่นๆอีก

Pocket PC Thai dot Com ของเพื่อนๆเลือกใช้ QR Code ครับด้วยเหตุดังนี้

  • มีเครื่องมือเตรียม Bar Code ที่หาง่าย และใช้กับภาษาไทยได้
  • มีโปรแกรมอ่าน Bar Code บน Pocket PC ฟรีและใช้งานง่าย
  • QR Code กำลังเป็นที่ยอมรับกันมากขึ้นเรื่อยๆและอาจจะเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมต่อไป เช่น Google ก็เริ่มนำเอา QR Code มาใช้กับสิ่งพิมพ์โฆษณาแล้ว

ลักษณะเฉพาะของ QR Code ที่สังเกตได้ง่ายที่สุดคือ จุดสี่เหลี่ยมที่สามมุมของ Bar Code ครับ การจัดจุดแบบนี้จะทำให้เครื่องอ่าน
สามารถมองออกได้ง่ายว่า ภาพที่อ่าน กำลังตั้ง นอน เอียง หรือกลับหัวกลับหางอยู่ เวลาเราอ่านจึงไม่จำเป็นต้องตั้งกล้องให้ตรงครับ

เตรียมใช้งาน
การใช้งานก็ต้องติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติมนิดหน่อย โดยมีให้เลือก 2 ตัวคือ i-nigma กับ QuickMark ซึ่ง i-nigma จะใช้งานง่ายกว่าเล็กน้อย แต่ QuickMark จะเก่งกว่านิดหน่อย
ใช้ Browser บน Pocket PC เปิดไปที่

http://www.i-nigma.mobi

สำหรับ i-nigma


หรือใช้ Browser บน PC เปิดไปที่

http://www.quickmark.com.tw/En/basic/download.asp

สำหรับ QuickMark


เลือกเอาตัวไดตัวหนึ่งก็ได้ครับแต่อย่าติดลงไปทั้งสองตัวเพราะจะไม่ยอมทำงานทั้งคู่ และน่าสงสัยว่าอาจจะมีปัญหาหากเรามีโปรแกรมที่ทำหน้าที่แทนโปรแกรมถ่ายรูปเดิมที่มากับเครื่องด้วย
แต่ถ้าใช้โปรแกรมถ่ายรูปเดิมๆอยู่ก็ไม่มีปัญหาอะไร

เรียกโปรแกรมขึ้นมาแล้วก็ส่องไปที่ Bar Code จะบนจอหรือที่พิมพ์ไว้บนกระดาษก็ได้ กะให้ภาพ Bar Code เต็มพอดีๆ





หากเป็น QuickMark พอเขาเห็นว่าชัดพอแล้วเขาจะอ่านเลยครับ ถ้าไม่ชัดเราก็อาจจะขยับเข้าออกจาก Bar Code หน่อย แล้วใช้ปุ่มขึ้น -
ลงเพื่อปรับซูมให้ Bar Code เต็มพอดีๆจอ หรือถ้ามีเลนส์ Auto Focus ก็แตะปุ่มชัตเตอร์ลงไปครึ่งหนึ่งแล้วปล่อย เขาจะโฟกัสจนชัดแล้ว
อ่าน Bar Code ครับ

ถ้าเป็น i-nigma พอเรียกเสร็จก็แตะ Open Camera โปรแกรมจะไปเรียกเอาโปรแกรมถ่ายภาพขึ้นมาครับ เราก็ส่องไปที่ Bar Code ให้พอ
เต็มๆจอ ถ้าไม่ชัดก็ใช้ถอยหรือเข้าใกล้อีกหน่อยแล้วใช้ปุ่มขึ้นลงพื่อซูมให้ขนาด Bar Code เต็มจอพอดีๆ หรือหากเป็นเลนส์ Auto Focus
ก็จัดการตั้งโฟกัสใหม่ จากนั้นก็กดชัตเตอร์ได้ครับ

ส่วนสำคัญที่ต่างกันระหว่างสองโปรแกรมนี้คือ กดหรือไม่กดชัตเตอร์ครับ QuickMark ไม่ต้องกด พอเขาคิดว่าชัดพอเขาก็จะลงมืออ่านเลย
ส่วน i-nigma เราต้องทำหน้าที่ถ่ายรูปด้วย

จากนั้นถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เราก็จะได้ข้อมูลออกมาครับ

สำหรับบนเว็บ Pocket PC Thai dot Com เราก็จะเป็นข้อมูลต่างๆที่กล่าวมาแล้ว Bar Code ที่มีขนาดจุดใหญ่ จะอ่านง่ายกว่าขนาดจุดเล็ก
และ Bar Code ที่มีข้อมูลไม่มาก ขนาดของจุดก็จะใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดของตัว Bar Code จึงอ่านได้ง่ายด้วย ขณะที่ Bar Code ที่มี
ข้อมูลเยอะๆจะมีขนาดจุดที่เล็กเมื่อเทียบกับขนาดของตัว Bar Code ทำให้อ่านยากแม้ว่าจะชยายให้ใหญ่ก็ตาม เพราะ Bar Code ที่มี
ข้อมูลมากๆพอเรายกขึ้นส่อง เจ้าจุดทั้งหลายก็จะหดเล็กจิ๊ดเดียวถึงจะมองได้ทั้งภาพ บางทีเลยอ่านไม่ออก

ทำ Bar Code ใช้เอง
หากเพื่อนๆสนใจจะนำไปใช้ในเว็บหรือบล็อกบ้าง ก็สามารถเตรียม Bar Code ได้ด้วยตนเองครับ มีทั้งโปรแกรมและบริการบนเว็บ





การเตรียม Bar Code นั้นสามารถทำได้หลากหลายมาก จะให้บันทีกข้อมูลมากๆก็ได้ จะแทรกภาพลงไปก็ได้ แต่ก็จะต้องมีเครื่องมือและ
ความเข้าใจเกี่ยวกับ Parameter ต่างๆของการทำ Bar Code ด้วย สำหรับเราๆใช้งานกันเองก็เอาแบบง่ายๆก็เหลือเฟือครับ

สำหรับอันที่เราแนะนำคือบนเว็บของ

i-nigma

หรือเว็บของ

QuickMark

ซึ่งเป็นบริการฟรีและเราไม่ต้องติดตั้งอะไรบนเครื่องของ
เราด้วย

เช่นเคยครับ ของ i-nigma จะง่ายๆ แต่ของ Quickmark จะเก่งกว่า มีให้เลือกใช้เยอะ มีกระทั่งส่งพิกัดให้กับโปรแกรมในกลุ่ม PapaGo เช่น
PowerMap ได้ด้วย





หรือหากพอเดาภาษาญี่ปุ่นได้ ก็มีที่

Moji-Q
Maker

ครับ มีลูกเล่นใส่ตัวอักษรเข้าไปด้วยได้





หรืออีกอันหนึ่งถ้าเพื่อนท่านไหนใช้ FireFox ก็มี

Extension

ให้ติดตั้งครับ เพียงชี้ไปที่ Icon ของ Extension เราก็จะได้ QR Code ของเว็บที่เรากำลังดูอยู่

หากเราเน้นการใช้งานร่วมกับการ Online แล้ว ก็ไม่ต้องทำ Bar Code ที่มีข้อมูลมากนักก็ได้ครับ แค่ Link ไปที่เว็บก็พอ หรือเอามา
พิมพ์กับนามบัตร ก็เก็บข้อมูล Contacts ทั่วๆไป ข้อมูลก็ไม่มากนักครับ ก็จะได้ Bar Code ที่อ่านง่ายและเร็ว

เพื่อนๆอาจจะเอา 2D Bar Code ไปพิมพ์ลงในนามบัตร หรือหัวกระดาษ ทำให้ผู้รับที่เขามีเครื่องหรือโปรแกรมอ่าน 2D Bar Code
สามารถอ่านเข้าไปในเครื่องเขาได้โดยตรงไม่ต้องไปกรอกเองครับ หรือจะเอาไปฝากไว้ตามบล็อกเพื่อให้คนอ่านเรียกไปที่เว็บส่วนตัวบน
Pocket PC หรือเป็นข้อมูลนามบัตร ข้อความอวยพร ฯลฯ ก็ได้

ขอให้ใช้งาน Pocket PC อย่างเอาจริงเอาจังได้อย่างเพลิดเพลิน และมีประสิทธิภาพนะครับ






การตั้งค่าของ Email


เพื่อนๆที่ใช้ Pocket PC ก็คงเป็นเรื่องปกตินะครับที่จะใช้รับ-ส่ง Email ด้วย โดยเฉพาะหากเป็น Email จาก Exchange Server ก็จะเป็นแบบ Push Mail คือมาถึงเราตรงๆทันอกทันใจเหมือน SMS หรือบางท่านใช้ Hotmail บนโปรแกรม Messaging ก็สามารถตั้งให้รับแบบ As items arrive เป็น Push Mail ได้เช่นกันครับ โดยตั้งค่าง่ายมากเพียงกรอก Email address กับ Password ตามปกติ ก็ทำให้ Windows Mobile เป็นโทรศัพท์ที่เก่งกว่าโทรศัพท์อื่นๆตรงนี้แหละครับ เก่งและง่ายมาก

สำหรับ Email ยอดนิยมอย่าง Gmail และ Yahoo! Mail ก็ง่ายเช่นกันครับ ที่น่าสนใจคือ บน Yahoo! Mail บริการแบบนี้ต้องจ่ายเงิน แต่เอาค่านี้มาตั้งบน Pocket PC กลับใช้งานได้ดีและไม่ต้องเสียเงิน (ให้กับ Yahoo!) ด้วยครับ

แต่ยังไม่เป็น Push นะ ต้องตั้งเวลาให้เขารับเมล์เอง

Email settings



Gmail IMAP4
ปกติ Gmail จะตั้งค่าให้เราโดยอัตโนมัติ แต่จะเป็น POP3 ซึ่งหากเราจะเอา IMAP4 เราก็เลือกตั้งแต่แรกได้ครับ แล้วมาตั้งค่าเอง

IMAP: imap.gmail.com
SMTP: smtp.gmail.com





Yahoo! IMAP4
Yahoo! Mail ก็เช่นกันครับ หากไม่บอกอะไร ระบบจะตั้งค่าให้เองเป็น POP3แต่ถ้าเราต้องการ IMAP4 ก็จัดการตั้งเอง

IMAP: imap.mail.yahoo.com
SMTP: smtp.mobile.yahoo.com

เพื่อนๆอาจจะสงสัยว่า แล้ว IMAP4 มันดีกว่า POP3 ที่ใช้ๆกันอยู่ยังไง ก็เรียนว่าแบบนี้ครับ
POP3 นั้นง่ายและตรงไปตรงมา คือมี Email มาถึงเราที่ Server เราก็เปิดโปรแกรมเช่น Outlook ไปดึงเอา Email นั้นมาไว้ที่เครื่องเรา พอดึงเสร็จก็ลบ Email ใน Server ด้วย จะได้ไม่เปลืองเนื้อที่

วิธีของ POP3 ก็ดีครับตรงไปตรงมาไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
แต่ถ้าหากเราใช้คอมพิวเตอร์มากกว่าหนึ่งเครื่อง มากกว่าหนึ่งที่ แต่ละเครื่องก็ใช้ Email ทั้งนั้น ซึ่งเรื่องแบบนี้มีกันเป็นปกติไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร โดยเฉพาะ Pocket PC นี่แหละที่เหมือนกับเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง แต่ทีนี้หากเราใช้ POP3 Mail จะพบว่า พอเราอ่าน Email ที่เครื่องหนึ่ง เราจะไปอ่าน Email ฉบับนั้นที่เครื่องอื่นไม่ได้ เพราะพอเราเปิดอ่าน ระบบจะส่ง Email ฉบับนั้นมาที่เครื่อง แล้วลบ Email ฉบับนั้นออกจาก Server

เจอแบบนี้เราจะได้เครื่องที่มี Email ไม่ซ้ำกันเลย ก็เป็นธรรมชาติดีนะครับ เหมือนจดหมายใส่ซอง ส่งถึงที่ไหนก็อยู่ที่นั่น ไม่มีการสำเนา ธรรมชาติแต่ไม่ค่อยสะดวก
แต่ถ้าเราต้องการจะอ่าน Email ฉบับเดียวกันจากเครื่องอื่นด้วย จะลบจาก Server ก็ต่อเมื่อเราสั่งลบ งานนี้ต้อง IMAP4 ครับ

การใช้งาน IMAP4 คงทำให้เพื่อนได้ประโยชน์จาก Pocket PC มากขึ้นนะครับ

16 January 2008

แนวโน้มความเป็นไปของ Windows Mobile ปี 2551

ผ่านมาและผ่านไปอีกครั้งครับสำหรับเทศกาลปีใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นช่วงเทศกาลที่เราหลายๆคนใช้เวลาทบทวนสิ่งที่ผ่านมา และมองว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นในปีถัดไป และสำหรับวงการ Windows Mobile ก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้น


แต่ก่อนที่เราจะเข้าไปถึงเรื่องแนวโน้มของ Windows Mobile สำหรับปีหน้า เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงวงการโทรศัพท์ในปีหน้าด้วยครับ เพราะวันนี้ภาพหนึ่งของ Windows Mobile นั้น แยกไม่ออกจากความเป็นโทรศัพท์แล้ว ความเป็นไปในวงการโทรศัพท์ย่อมมีผลถึงความเป็นไปของ Windows Mobile อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้





แน่นอนว่าในช่วงปีที่ผ่านมา ในวงการโทรศัพท์คงไม่มีข่าวไหนที่จะโดดเด่นไปกว่าการวางตลาดและความสำเร็จ ของ iPhone จากผู้ผลิตหน้าใหม่แต่เก๋าเกมคือ Apple เจ้าของ McIntosh และ iPod อันมีชื่อเสียง โดย iPhone ทำสถิติขายได้หลักล้านเครื่องภายในเวลาเพียงเดือนเดียว นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของวงการ ไม่ว่าจะมองในแง่ของการออกแบบ การตลาด การผลิต หรือการควบคุมข่าวสารข้อมูล และความเสร็จนี้ทำให้ผู้ผลิตโทรศัพท์รายอื่นๆต้องทบทวนแนวทางการออกแบบ สินค้าของตนเองใหม่


และความสำเร็จของ iPhone ก็เป็นการประกาศว่า โทรศัพท์เป็นส่วนหนึ่งของ Life Style คนเมืองอย่างไม่ต้องสงสัย


และ หลังจากความสำเร็จของ iPhone ได้ไม่นาน ก็มีข่าวเกี่ยวกับวงการโทรศัพท์ออกมาจากยักษ์ใหญ่ด้าน IT อีกรายหนึ่งคือ Google หลังจากเป็นข่าวลือเกี่ยวกับโทรศัพท์ gPhone อยู่พักหนึ่ง และข่าวนั้นก็เปิดเผยออกมาในที่สุดว่า สินค้าใหม่ของ Google จะไม่ใช่ตัวโทรศัพท์ แต่จะเป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้กับโทรศัพท์ โดยมีพื้นฐานจาก Linux


เกมของยักษ์ใหญ่


ปีหน้าเราจะ ได้พบกับการแข่งขันในวงการโทรศัพท์ โดยมีผู้แข่งขันที่เป็นยักษ์ใหญ่ด้าน IT ถึง 3 รายคือ Microsoft, Apple และ Google ซึ่งแน่นอนว่าผู้ผลิตโทรศัพท์ยักษ์ใหญ่อย่าง Nokia, Sony-Ericsson และ Motorola ไม่ยอมอยู่นิ่งๆแน่ แน้มโน้มต่างๆที่กำลังจะเกิดขึ้นในตลาดโทรศัพท์ก็จะมาจากยักษ์ใหญ่ทั้ง 6 นี่แหละครับ





อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ผลิตและผู้พัฒนารายย่อยอีกบางราย เช่น Palm และ ACCESS ที่ยังไม่ละความพยายามจะกลับมาสู่กระแสอีก แต่จากขนาดของการแข่งขันแล้ว คงต้องบอกว่า รายย่อยเหล่านี้คงจะเลี่ยงไปทำตลาด Vertical


ผลของการแข่งขันของยักษ์ใหญ่เหล่านี้จะสะท้อนมาในความเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่ครับคือ


User Interface


การ ปรากฏตัวของ iPhone เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ครับว่า Apple กำลังบอกทุกคนว่า ถึงเวลาออกแบบโทรศัพท์ใหม่กันแล้ว โดยเฉพาะด้าน User Interface ที่ Apple ถนัดเป็นพิเศษ และสิ่งนี้ทำให้ยักษ์ใหญ่ที่เหลือ ต้องกลับไปทำการบ้านใหม่ อย่างเงียบๆบ้าง และอย่างเปิดเผยบ้าง


User Interface ที่จะเปลี่ยนไปอย่างเป็นด้านหลักก็คือการใช้งานภาพเคลื่อนไหวและ Gesture (การขยับมือ) ในการสั่งงานต่างๆแทน Menu แบบเดิมๆ และการใช้งาน Motion sensor สำหรับช่วยสั่งงานแทนการกดปุ่ม เช่นการส่ายโทรศัพท์ไปมาเพื่อสั่งว่า ไม่รับสาย, เกมแบบใหม่ๆที่ใช้การเทเครื่องไปมาแทนการใช้ Joystick ซึ่งคอเกมคงรู้จักกับ User Interface แบบนี้มากับ Wii ของ Nintendo มาแล้ว


คู่แข่งที่สำคัญที่สุดในสนาม User Interface คือยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น Sony-Ericsson เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าผู้ผลิตสัญชาตินี้ไม่เคยเป็นรองใครในด้านของ User Interface รวมทั้งคุณภาพของวัสดุและการผลิต การมาของ iPhone จึงเป็นการแข่งกับรายนี้โดยตรง


เราคาดหวังได้เลยว่าจะได้พบกับ User Interface แบบใหม่ๆ ที่ในที่สุดจะเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมจากสองรายนี้


3G


การขาดแคลนชิป 3G จาก Qualcomm ผู้ผลิตชิปโทรศัพท์รายใหม่ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2550 เป็นหลักฐานที่สำคัญว่าผู้ผลิตโทรศัพท์รายใหญ่กำลังหันมาผลิตโทรศัพท์ 3G กันแล้ว และในขณะเดียวกันผู้ให้บริการทั่วโลกต่างก็ Upgrade เครือข่ายของตนเองไปเป็น 3G แล้วด้วย


สำหรับเมืองไทยเรา กทช.จะเริ่มออกใบอนุญาตประกอบการ 3G ในปีหน้าเช่นกัน โดยที่มีผู้ให้บริการบางรายที่มีความพร้อมรออยู่แล้ว


แต่เรื่องของ 3G ในปีหน้ายังคงเป็นเรื่องของตัวเครื่องและเครือข่ายที่แม้จะอยู่ในมือผู้ใช้แล้ว แต่ก็ยังไกลตัว ผู้ใช้ทั่วโลกยังรอคำตอบว่า จะได้อะไรจาก 3G บ้าง
เป็นการบ้านที่ผู้ผลิตและผู้ให้บริการโทรศัพท์จะต้องไปคิด ว่าจะเอาอะไรเป็นจุดขายของ 3G


GPS


อเมริกาและยุโรปกำลังจะบังคับให้โทรศัพท์ทุกเครื่องสามารถระบุตำแหน่งของตนเองได้ นัยว่าเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ครับ แต่เดิมนั้นจะอาศัยข้อมูลจากผู้ให้บริการว่า โทรศัพท์เครื่องนั้นๆกำลังใช้สัญญาณจากสถานีจุดไหน ซึ่งวิธีนี้ให้ความแม่นยำดีในเมืองที่หนาแน่น สถานย่อยๆจำนวนมากในอาคารช่วยให้ระบุตำแหน่งของโทรศัพท์แต่ละเครื่องได้ แม่นยำถึงชั้นของอาคาร แต่จะมีความแม่นยำน้อยมากในถนนหลวงซึ่งสถานีจะมีกำลังสูงและอยู่ห่างกัน ในขณะที่การร้องขอความช่วยเหลือและระบุตำแหน่งมักจะมาจากอุบัติเหตุในท้อง ถนน ทำให้จำเป็นต้องเพิ่มเติมความสามารถของ GPS เข้าไปในโทรศัพท์เพื่อให้สามารถระบุตำแหน่งของตนเองได้แม่นยำในที่โล่ง


มาตรการนี้แม้ว่าจะถูกมองว่าความจริงแล้วอเมริกาและยุโรปต้องการจะทำตัวเป็น Big brother ตรวจความเป็นไปของผู้คนเหมือนอย่างในนวนิยายชื่อ 1984 และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจสอบหากมีผู้นำเอาโทรศัพท์มาใช้จุดระเบิดเพื่อ ก่อวินาศกรรม แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่ๆจากนโยบายนี้คือ การมีอุปกรณ์ในลักษณะเดียวกันกับ GPS ในโทรศัพท์


แต่ GPS กับโทรศัพท์จะไม่ได้นำมาใช้เพื่องาน GIS หรือ Navigation ครับ เพราะอุปกรณ์พกพาติดตัวเช่นโทรศัพท์เป็นอุปกรณ์ของทุกๆคนไม่ว่าจะมีความรู้เรื่อง GIS หรือไม่ ไม่ว่าจะขับรถเองหรือเปล่า ผลพลอยได้ของการมี GPS ในโทรศัพท์จะมาในรูปของบริการที่เรียกว่า Location-based service ที่จะพัฒนาต่อไปได้อีกมากมาย


ลองนึกถึง Social network อย่าง Blog ที่กำลังฮิตอยู่ตอนนี้ นึกถึงว่าหากเรามี Blog ที่แสดงความเป็นตัวตนของเรา ความเห็นของเรา ความชอบและไม่ชอบของเรา สิ่งเหล่านี้ปรากฏเป็นข้อมูลสาธารณะที่นำไปประยุกต์กับโทรศัพท์ เราสามารถจะรู้ได้ว่า มีคนที่สนใจเรื่องเดียวกับเราอยู่ใกล้ๆในศูนย์การค้าเดียวกัน, มีเพื่อนของเราสมัยมัธยมกำลังซื้อตั๋วหนังอยู่ถัดไปไม่ไกล ฯลฯ


Location-based service และ Social network เป็น Solution ที่มีศักยภาพมากที่สุดในเวลานี้ ที่จะเป็น Application ที่ใช้ความสามารถของ 3G และอาจเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้จากการสนทนาพื้นๆได้ และจะเหนี่ยวนำให้มีการใช้งานโทรศัพท์ที่หลากหลายออกไปอีก อันนี้เป็นเรื่องที่คงจะได้คุยกันในปีหน้าครับ


นั่นคือส่วนของความ เปลี่ยนแปลงที่กำลังเป็นไปในภาพรวม และพร้อมๆกับความเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปในทางเดียวกันก็มีบางเรื่องที่ อยู่ในระหว่างการแข่งขันและคัดเลือกโดยผู้ใช้ ว่าแนวทางไหนที่จะประสบความสำเร็จ


แนวทางที่กำลังหาจุดสมดุล


Open VS Close


แนว ทางการเปิดกว้าง กับแนวทางที่ผู้ผลิตกำหนดกรอบให้กับผู้ใช้ ทั้งสองแนวทางนี้มีข้อดีของตัวเอง แนวทางที่เปิดกว้างทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด ได้ แต่หากผู้ใช้ขาดความรู้ความเข้าใจ ทางเลือกหลากหลายอาจะนำไปสู่ระบบที่มีค่าใช้จ่ายสูง คุณภาพต่ำ ไม่เสถียร และปัญหาอีกมากมาย ในขณะที่ระบบที่ผู้ผลิตกำหนดกรอบให้กับผู้ใช้ มีข้อดีที่ได้บริการที่เชื่อถือได้ในราคาที่ถูก แต่ผู้ใช้อาจได้บริการที่ไม่ตรงกับความต้องการ และอาจต้องจ่ายแพงเนื่องจากการผูกขาด


การเปิดกว้างของเครือข่าย


เช่น สามารถใช้โทรศัพท์เครื่องเดิมกับเครือข่ายไหนก็ได้เพียงการเปลี่ยนไปใช้ SIM ของเครือข่ายนั้นเป็นเรื่องธรรมดาในเอเชียและยุโรป และอเมริกากำลังขยับตามไปในแนวทางที่เปิดกว้างมากขึ้น เอเชียกับยุโรปรวมทั้งบ้านเรากำลังขยับไกลออกไปกว่านั้นคือ Number portability การใช้เลขหมายเดิมแม้จะเปลี่ยนผู้ใช้บริการ ทำให้เลขหมายโทรศัพท์เป็นสมบัติส่วนตัวของแต่ละคน เลขหมายที่ใช้เมื่อสิบปีที่แล้วยังก็คงเป็นเลขหมายเดิมที่สามารถใช้ติดต่อได้แม้จะเปลี่ยนผู้ให้บริการไปเป็นรายอื่น


ซอฟต์แวร์


การเปิดกว้างของผู้ผลิตโทรศัพท์ เช่นระบบปฏิบัติการที่มีผู้พัฒนาอิสระอย่าง Windows Mobile, Symbian และรายใหม่คือ Android จาก Google ทำให้ผู้ใช้โดยเฉพาะผู้ใช้ในระดับองค์กรสามารถพัฒนาโทรศัพท์ให้รองรับการ ใช้งานได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น แต่การเปิดกว้างก็เสี่ยงกับเสถียรภาพของระบบที่ผู้ใช้อาจติดตั้งโปรแกรมที่ไม่เหมาะสมลงไปเองและรบกวนการใช้งานของเครื่อง ในขณะที่ระบบที่กำหนดกรอบให้กับผู้ใช้ ติดตั้งอะไรเพิ่มไม่ได้ จะมีเสถียรภาพสูงแม้จะต้องแลกกับความสามารถในการใช้งานเฉพาะด้านได้น้อยลง


สำหรับ Android มีบางอย่างที่น่าสนใจ หากการเปิดกว้างของ Android หมายถึงการที่สามารถจัดหาระบบปฏิบัติการ Android มาติดตั้งในโทรศัพท์รุ่นไดๆก็ได้ เช่นมี Android สำหรับโทรศัพท์ Windows Mobile เดิม (ซึ่งผลิตโดย HTC รายเดียวกับที่กำลังจะผลิตโทรศัพท์ Android) ก็จะทำให้เกิดตลาดใหม่ของ Smartphone ที่ผู้ใช้สามารถนำไป Customize ได้เหมือนกับ PC


การ แข่งขันระหว่าง Open และ Closed มีแนวโน้มว่าจะขยับไปทาง Open มากขึ้น โดยผู้ผลิตโทรศัพท์เปิดโอกาสให้ลูกค้าระดับองค์กรสามารถกำหนด Policy ให้สามารถปรับตั้งโทรศัพท์ไปตาม Application ที่องค์กรใช้งาน ในขณะเดียวกันก็ไม่อนุญาตให้ผู้ใช้ติดตั้งโปรแกรมได้เอง เป็นแนวทางที่จะได้รับความนิยมและเป็นการนำเอาข้อดีของทั้งสองแนวทางมาใช้


เช่น เดียวกับการใช้งานเทคโนโลยีอื่นๆ แนวทางการใช้งานในระดับองค์กรจะค่อยๆเป็นที่ยอมรับเป็นการใช้งานในระดับบุคคลในที่สุด ในขณะที่การใช้งานที่เริ่มจากการใช้งานส่วนบุคคล ยากที่จะพัฒนาและเติบโตต่อไปได้ ผู้ผลิตและผู้พัฒนาที่สามารถจับตลาดองค์กรได้ก่อน จะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่าผู้ผลิตและผู้พัฒนาที่จับตลาดการใช้งาน ส่วนบุคคลก่อน ความสำเร็จในตลาดผู้ใช้งานส่วนบุคคลจะมีความอ่อนไหวกับแฟชั่นและจะเป็นไปในช่วงสั้นๆ ผู้ผลิตที่จะอยู่ในตลาดนี้ไม่จำเป็นต้องห่วงเรื่องการเปิดกว้างของระบบ แต่จะต้องมีความสามารถในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้เร็ว เปลี่ยนรุ่นบ่อย


Open หรือ Close จึงขึ้นอยู่กับกลุ่มตลาด ว่าจะเป็นองค์กร หรือผู้ใช้ทั่วไปครับ แต่เครือข่ายมีแนวโน้มว่าจะเปิดกว้างขึ้น การทำกำไรจากการผูกกับผู้ให้บริการบางรายจะสร้างกำไรได้น้อยลง


เครื่องเล็ก VS จอใหญ่


นับ ตั้งแต่มีโทรศัพท์เคลื่อนที่เมื่อกว่าสิบปีมาแล้ว โทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ลดขนาดลงมาเรื่อยๆจนในที่สุดขนาดของโทรศัพท์ก็ไม่ได้กำหนดด้วยเทคโนโลยีของฮาร์ดแวร์และแบตเตอรีอีกต่อไป แต่ถูกกำหนดด้วย User Interface อันดับแรกคือ ปุ่มกดที่ไม่สามารถจะเล็กลงไปกว่านี้ได้อีกแล้ว


แต่ ในช่วงปีที่ผ่านมา Windows Mobile และ Symbian เริ่มกำหนดขนาดใหม่ของโทรศัพท์ด้วยขนาดจอที่ใหญ่ขึ้น ทำให้โทรศัพท์ต้องมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นด้วย และในที่สุด iPhone ก็มาพร้อมกับจอภาพขนาดใหญ่ขึ้นไปอีก


ในปีหน้าขนาดของจอภาพจะเริ่มลง ตัว โดยเป็นผลมาจากพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ว่าจะเปลี่ยนมาใช้งานการสื่อสาร ข้อมูลมากขึ้น หรือหากการใช้งาน Touchscreen ประสบความสำเร็จโทรศัพท์ก็จะต้องการจอที่ใหญ่ขึ้น


แต่หากพฤติกรรมการใช้งานโทรศัพท์ยังคงเดิม หรือการใช้งานปุ่มกดประสบความสำเร็จมากกว่า จอภาพของโทรศัพท์ขนาดใหญ่ก็จะไม่เป็นที่ต้องการ


Touch screen VS ปุ่ม


เป็นสองแนวทางที่จะแข่งขันกันอย่างเข้มข้นในปีหน้า ว่าในที่สุดแล้วผู้ใช้จะยอมรับแนวทางไหน ระหว่างจอภาพขนาดใหญ่ สั่งงานผ่าน Touch Screen หรือจะเป็นจอภาพขนาดย่อมลงมา และมีปุ่มควบคุมที่เพียงพอ โดยการใช้งานแบบปุ่มก็ยังมีการแข่งขันระหว่างปุ่ม QWERTY ที่เหมือนคีย์บอร์ดขนาดเล็ก กับปุ่ม 12 ปุ่มแบบโทรศัพท์


ความสำเร็จของแต่ละแนวทางอาจต่างกันได้ในแต่ละภูมิภาคด้วย เช่นปุ่ม QWERTY กำลังขับเคี่ยวกับ Touchscreen ในอเมริกา แต่แนวทางปุ่ม 12 ปุ่มประสบความสำเร็จอย่างมากในญี่ปุ่น และแนวทางผสมผสานระหว่าง Touch screen กับปุ่ม 12 ปุ่มประสบความสำเร็จในยุโรป เอเชียและส่วนอื่นๆของโลกซึ่งมีความหลากหลายของภาษา


สิ่งที่กำลังเสื่อมความนิยม


ในขณะที่สองแนวทางหรือมากกว่าที่กำลังรอการตัดสิน แต่มีบางสิ่งในวงการ Smartphone ที่กำลังจางหายไปครับเช่น


Stylus


"ไม้จิ้ม" มีความเป็นมาคู่กับ PDA ครับ และในที่สุดก็มีความเป็นไปคู่กับ PDA นั่นคือกำลังหมดความนิยมไป และถูกแทนด้วยแนวทางของโทรศัพท์ในที่สุด แม้ว่า Touch screen จะยังคงอยู่ แต่การใช้ Touch screen ในยุคถัดมาก็เป็นการใช้ด้วยมือเปล่า ไม่ต้องอาศัย Stylus


แม้แต่ Non-phone device ยุคใหม่ ก็จะไม่เน้นการใช้งาน Stylus เช่นกันครับ


พร้อมๆ กับการจากไปของ Stylus ก็คือ การเขียนด้วยลายมือ ซึ่งถูกแทนด้วยการกรอกข้อมูลตามแนวทางของโทรศัพท์ แม้แต่ในประเทศที่พัฒนาการเขียนด้วยลายมืออย่างประสบความสำเร็จเช่นญี่ปุ่น แนวทางนี้ก็ยังต้องหลีกให้กับการกดปุ่ม 12 ปุ่มเช่นกัน


WiMAX


ใน วันที่ 3G ยังเป็นวุ้นอยู่ เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายความเร็วสูงที่ประสบความสำเร็จในเวลานั้นคือ Wireless LAN ซึ่งมีความเร็วสูงกว่าเทคโนโลยี 2.5G ในเวลานั้นอย่างเทียบกันไม่ได้ ด้วยความสำเร็จของ Wirless LAN ทำให้เกิดการพัฒนาขึ้นไปเป็นเครือข่ายที่ครอบคลุมบริเวณกว้างมากขึ้นคือ WiMAX ซึ่งลักษณะการครอบคุลมของ WiMAX มีลักษณะที่ที่แข่งขันกับระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยตรง ทำให้มีแนวโน้มในขณะนั้นว่า หาก 3G พัฒนาได้ไม่เร็วพอ WiMAX จะกลืนโทรศัพท์มือถือไปในที่สุด โดยมีการสื่อสารในแบบ Voice Over IP บน WiMAX มาทดแทนในส่วนของการสนทนา


แต่จนแล้วจนรอด WiMAX ก็ยังไม่ได้เกิด ขณะที่ 3G ค่อยๆคืบคลานเข้ามา และในที่สุด 3G กำลังจะเกิดอย่างเต็มตัว และหมายถึงวาระสุดท้ายของ WiMAX ด้วย
แสดงถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มผู้ ผลิตโทรศัพท์มือถือและเครือข่ายที่ยังคงเหนือกว่ากลุ่ม IT ในตลาดนี้ ซึ่งมีผลไปถึงความสำเร็จของ Smartphone ที่จะยังคงเป็นรอง Feature phone ต่อไป รวมทั้งในปีหน้าด้วย


เพราะ Feature phone เป็นของผู้ผลิตโทรศัพท์ แต่ Smartphone เป็นเรื่องของ IT


สิ่งที่ยังคงแทบไม่เปลี่ยนแปลง


ใน ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมด มีบางอย่างที่ฝังรากลึกยากที่จะเปลี่ยนแปลงอยู่ด้วยครับ และอาจจะทำให้ปีหน้ายังไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงมากอย่างที่คาดนั่นคือ


การใช้งานเน้นที่การสนทนา


แม้แต่ในตลาดที่ก้าวหน้าที่สุดในโลกอย่างญี่ปุ่นและเกาหลี การใช้งานโทรศัพท์ก็ยังคงเป็นไปเพื่อการสนทนาเป็นหลัก แม้จะมีโทรศัพท์ระดับ 3G นานแล้วก็ตาม
คนญี่ปุ่นอาจจะใช้งาน Text message มาก แต่ก็เป็นไปเพื่อการทดแทนการสนทนาด้วยคำพูด เพราะมารยาทสังคมของญี่ปุ่นไม่นิยมให้คุยโทรศัพท์ในหลายพื้นที่ รวมทั้งในรถโดยสาร หรือความแออัดคับแคบของที่พักอาศัยในเมืองใหญ่ ทำให้ขาดความเป็นส่วนตัว การสนทนาจึงถูกแทนด้วยข้อความในหลายสถานการณ์ แต่ก็ยังคงเป็นไปในลักษณะของการสนทนาเช่นเดิม


แม้ผู้ให้บริการในญี่ปุ่นจะบอกว่า จำนวนของการใช้งานอินเทอร์เน็ตทางโทรศัพท์มือถือ ได้แซงหน้าการใช้งานอินเทอร์เน็ตทางสายเคเบิลไปแล้ว แต่ทั้งหมดเป็นการใช้งานโดยมีคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ ไม่ใช่การใช้งานโดยมองที่จอโทรศัพท์ครับ เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะเครือข่ายสายเคเบิ้ลไม่ทั่วถึงเท่า และมีราคาแพงกว่า ตามแบบของประเทศที่มีระบบสื่อสารสมัยใหม่และมีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงเช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และประเทศในแถบยุโรป ซึ่งการวางสายเคเบิลมีค่าใช้จ่ายมากกว่าการติดตั้งสถานีวิทยุ


โอกาสที่การสื่อสารข้อมูลจะเข้ามาแทรกในส่วนนี้ได้ก็แทบจะมีเพียงอย่างเดียวคือ Instant message ครับ และด้วยการช่วยเหลือของเทคโนโลยี GPS ตามที่ได้เรียนมาแล้ว ทำให้ Location-based service อาจจะมีช่องทางได้เกิด แต่อย่าเพิ่งคาดหวังมากครับ


แต่แรงต้านอันนี้ ไม่ขัดขวางการออกแบบรูปลักษณ์และ User Interface ซึ่งเราจะได้เห็นกันชัดเจนขึ้นในปีหน้า หากพฤติกรรมการใช้งานโทรศัพท์ยังไม่เปลี่ยนไปจากการสนทนา ก็จะได้บทสรุปสำคัญของประวัติศาสตร์การสื่อสารเคลื่อนที่ว่า เป็นเครื่องมือสื่อสารด้วยการสนทนาพร้อมๆกับเป็นเครื่องหมายแสดงสถานะทางสังคม เหมือนกับที่รถยนต์ได้ทำหน้าที่นี้มาก่อนและไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตลอดเวลาร้อยปี และจากนี้ไปการออกแบบจะเน้นไปที่การตอบสนอง Life style ในด้านอื่นๆแทน


ครับ เช่นเดียวกับที่รถยนต์เป็นมา มันไม่ยอมบิน ไม่ยอมว่ายน้ำ แม้จะมีความพยายามให้มันทำ แต่รถยนต์จะวิ่งบนถนนเท่านั้น และทำหน้าที่อวดบารมีของเจ้าของไปพร้อมกับที่มันเดินทางบนล้อ


ปัจจัยด้านพฤติกรรมอันนี้ อาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับปีนี้ครับ และหากบริการสื่อสารข้อมูลบนโทรศัพท์ เช่นการใช้งาน Internet บนจอเล็กไม่สามารถเกิดขึ้นและเป็นที่นิยมได้ในปีนี้ โทรศัพท์ก็จะยังคงเป็นเครื่องมือสำหรับการสื่อสารด้วยเสียงเป็นหลักต่อไป การสื่อสารข้อมูลบนโทรศัพท์ที่เป็นรูปธรรมที่สุดคือการนำไปใช้เป็น High Speed Wireless Modem บนเครือข่าย 3G ให้กับอุปกรณ์ในกลุ่ม Notebook ซึ่งในปีนี้ Solid-state Notebook ซึ่งมีราคาถูกกำลังประสบความสำเร็จอย่างมาก และการใช้งานโทรศัพท์ในแบบ Smartphone ก็จะลดบทบาทลงไป


ไว้ปีหน้าเราค่อยมาสรุปกันอีกทีครับ และหากปัจจัยนี้เป็นจริง เรื่องของ 4G จะเปลี่ยนไปอีกมาก


Windows Mobile


พอจะมองเห็นความเป็นไปของตลาดโทรศัพท์นะครับ และ Windows Mobile Phone ก็จะต้องตอบสนองกับวงการโทรศัพท์ไปตามนั้นด้วย นั่นหมายถึงว่า จะยังไม่น่ามีความเปลี่ยนแปลงอะไรในด้านของ Feature ของ Windows Mobile Phone มากนักในปีหน้า แต่จะเป็นไปในรูปของการออกแบบ วัสดุและการประกอบที่ประณีตขึ้น และอาจจะมี Feature ในเรื่องของ Location-based service เข้ามา เพราะ Windows Mobile เป็นระบบที่พร้อมสำหรับ Feature ใหม่ๆมากที่สุดในเวลานี้ จนกว่า Android จะปรากฏตัว


Windows Mobile 6 Second Edition?


แน่นอนว่า Microsoft จะออก Windows Mobile ตัวใหม่มาด้วย ซึ่งคาดหวังได้ว่าจะไม่มีอะไรเพิ่มขึ้นมามากนัก เช่นเดียวกับสมัยที่ Windows Mobile 2003 ขยับขึ้นมาเป็น Windows Mobile 2003 Second Edition คือพัฒนาในส่วนของ User Interface เป็นหลัก


แต่ก็เช่นเดียวกับ WM2003SE ครับ ที่เป็นพื้นฐานของการพัฒนา Windows Mobile 5 ในเวลาต่อมาโดยที่มี User Interface ที่แทบไม่ต่างกัน ทำให้ Windows Mobile 6 ตัวใหม่ จะเป็นเพียงการตั้งหลักกับ User Interface แบบใหม่ ก่อนจะขยับต่อไปในส่วนของ Feature


ความที่ไม่แตกต่างจากเดิมมาก ทำให้ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่น่าจะยังคงใช้รหัส Windows Mobile 6 อยู่เช่นเดิม และมี User Interface ให้ทัดเทียมกับคู่แข่งทั้งจากค่าย IT ด้วยกันและคู่แข่งจากทางฟากผู้ผลิตโทรศัพท์


และด้วย Feature ที่แทบไม่ต่างจากเดิม กับพฤติกรรมของผู้ใช้ที่อาจจะไม่เปลี่ยนไป กระแสของผู้ใช้ได้ถอยห่างออกจาก Windows Mobile ไปแล้ว ทำให้การเติบโตของส่วนแบ่งตลาด และความนิยมใน Windows Mobile Phone ปีหน้าจะไม่มีอะไรหวือหวาครับ ออกจะไปทางพอเสมอตัว โดยปัจจัยสำคัญจะอยู่ที่ผู้ผลิตว่าจะผลิตโทรศัพท์ที่สวยเนี้ยบสมฐานะเจ้าของได้แค่ไหน


แต่หากพฤติกรรมของผู้ใช้เปลี่ยนไป และ Location-based service หรือบริการอื่นนอกจากการสนทนาได้เกิด งานนี้ก็คงได้คุยอะไรเยอะหน่อยในช่วงปลายปีหน้าครับ


Non-phone PDA


ปีหน้าจะเป็นปีที่ Non-phone device กลับเข้ามาครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็น PDA ที่ใช้งานเฉพาะด้าน เช่นใช้ในเชิงพานิชย์อย่างที่เราเห็นกันบ่อยๆตามร้านอาหาร คลังสินค้า ไปรษณีย์


สำหรับผู้ใช้ทั่วไปก็จะได้พบในรูปของ Navigation GPS ครับ โดยทางค่าย Windows Mobile จะออกมาในรูปของ Pocket PC หรือไม่ก็ Windows CE device ที่ไม่ต้องมีโทรศัพท์ เพราะการใช้ Navigation GPS ที่เป็นโทรศัพท์ในตัวด้วยนั้น แม้จะทำงานได้โดยสมบูรณ์แบบก็มีความน่ารำคาญอยู่ในตัว และอาจจะขัดขวางการทำงานกันเอง เช่นการนำทางในที่คับขันแล้วมีสายเข้ามาขัดจังหวะ อาจทำให้พลาดจุดเลี้ยวและต้องเสียเวลาได้


GPS Pocket PC Phone จะไปทาง Location-based service และ Social network ตามที่เรียนไว้แต่แรกครับ


ถึงแม้ว่าในที่สุดแล้ว Smartphone อาจจะต้องจากไปเพราะพฤติกรรมการใช้งานโทรศัพท์ที่ลงตัวในด้านของการสนทนาเป็นหลัก แต่เครือข่าย 3G ก็ไม่ใช่ว่าจะไร้ค่าไปเสียทีเดียวครับ เพราะอย่างน้อยก็ยังใช้งานในฐานะของ Wireless high speed data communication





Windows Mobile และอุปกรณ์พกพาคงจะพัฒนาไปในแนวทางคล้ายๆกับ iPod คือสำหรับความบันเทิง หรือแบบ Communicator สำหรับการสื่อสารข้อมูลโดยเฉพาะ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้งานอย่างโทรศัพท์ แต่ก็จะใช้งานเครือข่ายโทรศัพท์สำหรับการสื่อสารข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพลงหรือสื่อบันเทิงผ่านเครือข่าย ใช้งาน Internet และอื่นๆ แต่อย่าเพิ่งคาดหวังมากในปีนี้เช่นกันครับ อุปกรณ์พกพา 3G ที่เป็น Non-phone ยังไม่น่าจะแจ้งเกิดในปีนี้ แต่จะมีแรงผลักดันออกมาสำหรับปีต่อไป


จาก PDA แยกชิ้นกับโทรศัพท์ มาสู่ Smartphone และ PDA Phone


ในที่สุด โทรศัพท์ที่เก่งขึ้นก็แยกตัวออกมาจากอุปกรณ์พกพาอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ PDA


สรุป


อนาคตของ Windows Mobile ในปีหน้าค่อนข้างเงียบและไม่สดใสนักแม้จะไม่มีอุปสรรคสำคัญ ปัจจัยบวกที่สามารถจะเป็นไปได้ก็คือคุณภาพของผู้ผลิต และการตั้งราคาเป็นหลักครับ หากผู้ผลิตพัฒนาในด้านวัสดุกับคุณภาพของการประกอบ และ Windows Mobile 6 รุ่นต่อไปมี User Interface ที่ดี เราก็คงจะได้สนุกกับการติดตามเครื่องรุ่นใหม่ๆ คล้ายๆกับที่ติดตามโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆครับ ยังไม่ต้องคิดถึงเรื่องของ Feature หรือ Solution ใหม่มากนัก